เรื่องนี้ทำให้เราคิดได้ว่า เรากำลังเอาพลังงานไปใช้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งที่ยังมีอีกหลายอย่างที่เราควบคุมและเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ วันนี้เลยขอแยกให้ชัดเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 · คุมไม่ได้5 สิ่งที่เราคุมไม่ได้ ก็จงปล่อยมันไปเถอะ
สภาพอากาศ / เหตุการณ์ภายนอก
จะมีเรื่องที่คาดไม่ถึงโผล่มาเสมอ วางแผนดีแค่ไหนก็เจอ
ความคิดของคนอื่น
ในตลาดมีคนเป็นล้าน ความคิดไม่เหมือนกันสักคน เราบังคับใครไม่ได้เลย
กฎของความน่าจะเป็น
มี hard facts ว่าอะไรได้ผลหรือไม่ได้ผล เหมือนคาสิโนที่มี edge เสมอ เราเปลี่ยนกฎไม่ได้ เลือกได้อย่างเดียวคือจะยืนฝั่งไหน
ทิศทางและปฏิกิริยาของตลาด
ข่าวดีมากก็ยังร่วงได้ ดูอย่าง TSM รายงานยอดขายโต 54.6% แต่ราคากลับปิดลงแรง จากแรงขายทั้งกลุ่มชิป ตลาดไม่ได้ตอบตามที่เราคิดว่าควรเป็น
Black Swan Events
เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดได้ ถ้าคาดได้ก็คงไม่ชื่อ Black Swan แล้ว
5 สิ่งที่เราคุมได้ เอาพลังของเรามาลงในส่วนนี้
Position Size
อย่าเอาเงินทั้งหมดลงทีเดียว ถ้า trade นั้นกลายเป็น Black Swan ขึ้นมา พอร์ตเราจะไม่แตก ข้อนี้สำคัญที่สุดเลย
Strategy Selection
เลือกหุ้น / กลยุทธ์ ให้ตรงกับสภาพตลาด โดยเฉพาะเรื่อง volatility อย่าเลือกเพราะแค่ชอบ
Probability Target
หุ้นทั่วไปโอกาสชนะก็ประมาณ 50/50 แต่ options เลือก probability เองได้ จะ 70%, 80% หรือ 90% ก็ได้ (แต่ต้องรู้ด้วยว่า probability สูงขึ้น ผลตอบแทนต่อไม้ก็ลดลงตาม)
Order Pricing
รู้ไหมว่าราคาที่เราจ่ายไปยุติธรรมกับ risk ที่แบก เหมือนซื้อรถ ถ้ารู้ราคาจริงก่อนต่อรอง ก็ไม่โดนเอาเปรียบ
อารมณ์
ต้องทำตามแผนเหมือนเดิมทุกไม้ และไม่ถอดใจง่ายๆ
Kirk Du Plessis (ผู้ก่อตั้ง Option Alpha) บอกว่าที่เขาคุมอารมณ์ได้ เพราะ "เข้าใจ math" รู้ล่วงหน้าเลยว่า losing trade ต้องมีแน่ๆ แต่ถ้าเล่นถูกฝั่งที่มี edge ผลลัพธ์จะค่อยๆ สะสมออกมาเอง
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · การเทรดออปชั่นมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาและประเมินความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ก่อนตัดสินใจ
ภาพรวมตลาด ความเคลื่อนไหวของ IV และ Options flow ที่น่าสนใจ อ่านจบในไม่กี่นาที — อัปเดตทุกเช้าวันทำการ อ่านฟรี
อ่าน Market Digest วันนี้ →