ลองนึกภาพ คุณซื้อ Call เพราะเชื่อว่าหุ้นจะขึ้น วันรุ่งขึ้นหุ้นขึ้นจริง +1.5% แต่ Call ที่ถือ... ราคาลดลง อ้าว เกิดอะไรขึ้น?
ปัญหาคือเราคิดว่า "ราคาออปชั่น = ทิศทางหุ้น" แต่จริงๆ ราคาออปชั่นมีตัวแปรอย่างน้อย 3 ตัวที่เกี่ยวข้องกันอยู่ และทิศทางหุ้นเป็นแค่ 1 ใน 3
มารู้จัก 3 ตัวนั้นกัน
ทิศทางหุ้น (Delta)
เข้าข้างเรา ✓ตัวนี้มักเป็นตัวเดียวที่เราคิดถึง — หุ้นขึ้น 1 บาท Call ควรขึ้นเท่าไหร่ ถ้า Delta 0.30 = หุ้นขึ้น 1 บาท Call ขึ้นราวๆ 0.30
เวลา (Theta)
กินเราทุกวัน ✗ออปชั่นมีวันหมดอายุ ทุกวันที่ผ่านไป มูลค่าจะถูกดูดออกไปเรื่อยๆ เหมือนน้ำแข็งที่ละลายทิ้งตลอดเวลา ไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง
ความคาดหวังความผันผวน (IV — Implied Volatility)
ตัวที่คนไม่ค่อยรู้จักIV คือ "ความคาดหวังของตลาดว่าหุ้นตัวนี้จะเหวี่ยงแรงแค่ไหนในอนาคต" ยิ่งตลาดคาดว่าจะเหวี่ยงแรง = ออปชั่นยิ่งแพง ยิ่งคาดว่าจะนิ่ง = ออปชั่นยิ่งถูก
แล้ว IV crush คืออะไร
ก่อนงบออก ทุกคนลุ้นว่าจะเหวี่ยง → IV พุ่ง → ออปชั่นแพงขึ้นทั้งกระดาน
พองบออกปุ๊บ ความไม่แน่นอนหายไปทันที → IV ร่วงลงฮวบ → ออปชั่นถูกลงทั้งกระดาน แม้หุ้นจะขึ้น
อาการนี้เรียกว่า IV crush (IV ยุบ) และนี่คือคำตอบสำคัญว่าทำไม "ทายถูกแต่ยังขาดทุน"
ถ้าอย่างนั้น ต้องทำยังไง?
ไม่มีสูตรตายตัว แต่สิ่งที่ควรรู้ก่อนกดซื้อคือ
- ตอนนี้ IV สูงหรือต่ำ (เทียบกับตัวมันเองในอดีต)
- มีอีเวนต์อะไรรออยู่ไหม (งบ, Fed, FDA)
- ถ้าซื้อตอน IV สูง เท่ากับซื้อของแพง ต้องทายถูกมากกว่าปกติถึงจะกำไร
ตอนหน้าจะพาไปดูว่า ดู IV จากตรงไหน และคำว่า "สูง-ต่ำ" วัดจากอะไร
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · การเทรดออปชั่นมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาและประเมินความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ก่อนตัดสินใจ
บันทึกออปชั่น + หุ้น US/ไทย, ดู Win rate, P/L และพฤติกรรมการเทรดของตัวเอง — ฟรี ไม่ต้องผูกบัตร
เริ่มใช้งานฟรี →